2009/Sep/06

เสร็จจากภาระกิจประจำวันในเรือนจำ พูดให้มีระดับ เรียกกันว่า ร้านกาแฟละมุน(นามสมมติ) ที่ซึ่งไม่เห็นคุณค่าของมนุษย์ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกจ้าง หลังจากทำความสะอาดและปิดบัญชีรายวันโทรรายงานผลประกอบการเจ้าของร้านที่เปิดร้านแล้วไม่มีปัญญาดูเอง แต่เสือกเปิดเพราะทำตามตำราอุดมการณ์ Academy Fantasia ที่อยากให้ฝันของตัวเองเป็นจริง แต่ไม่ได้มองดูตัวเองเลยว่าจริงๆแล้วมึงก็แค่หน้าโง่คนหนึ่งที่อยากรู้สึกดีกับตัวเองเพราะได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่าโลกจะร้อนขึ้นอีกกี่องศาจากการทำธุรกิจที่ไม่ได้รวมต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมลงไปในกระบวนการวางแผนก็ไม่ได้ทำให้ต่อมความสำเนียกทำงานได้มากขึ้นหรืออย่างไร - เคยมีแผนด้วยเหรอว่ะ เห็นเอาแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ

เรื่องของเรื่องคือ... มันลำบากกู

มาอยู่ที่จังหวัดนี้น่าจะ 2 สัปดาห์แล้วแต่ยังไม่เคยได้ไปไหนเลย เอาแต่คลุกอยู่ในร้านทั้งๆที่ลูกค้าไม่ได้เยอะแยะมากมาย แต่ร้านเปิด 8 โมงถึง 2 ทุ่ม แค่นี้ก็เหนื่อยพอแล้ว แล้วแถมที่ร้านอาหารที่ขายเหล้าอยู่ข้างบ้าน กว่าเขาจะปิดร้านปิดเพลงก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน นั้นแหละเวลาที่ได้หลับได้นอนจริงๆ เหนื่อยซะจนไม่มีปัญญาจะไปวาดลวดลายทีไหน

แต่วันนี้หล่ะขอสักวันหนึ่ง หลังจากคุยกับพ่อเจ้าของร้านที่มาแวะกินเบียร์ คุยกันอยู่นาน สรุปได้ความว่า เมียพ่อ ลูกพ่อมันก็แบบนี้แหละ หนูก็เป็นตัวของตัวเองไปไม่ต้องคิดมากออกไปเที่ยวบ้างจะไม่ได้ไม่เครียด คนเราทำให้คนทุกคนพอใจไปหมดไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา... นั้นแหละ คิดเหมือนกันเลย

แอบรู้สึกดีขึ้นที่มีคนเข้าใจเด็กตาดำๆอย่างเค้าบ้าง ต้องจากบ้านมาเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง

 ..... ไอ้ไห เอ็งจะเอาอะไร เลือกเองก็รับผิดชอบกันไป ใครเขาลากมึงใส่รถมาขังไว้ที่นี่ไหม?

 

พอๆ เข้าเรื่อง...

ไปดูโดมกับร้านข้างบ้านเป็นแก๊งเด็กวัยรุ่นและเด็กโข่ง ได้ตั๋วมาฟรี 1 โต๊ะ เข้าได้ 4 คน เหล้าพร้อม

มิกซ์เซอร์ราคา 2000 บาท เหี้ยแพงมากสำหรับคนที่นี่- เราเองอยู่ที่นี่วันๆกินข้าววันละ 50 บาทก็อยู่แล้ว

หาข้าวหาเบียร์กินกันก่อน เข้าไปจะได้ไม่ต้องเปลื่องมาก เสร็จพิธีเตรียมการก็พากันแปรพระราชฐานไปที่ลิตเติ้ล ผับ

ไม่ตรวจบัตรด้วย... กรรม แล้วกุเอากระเป๋าสะพายมาทำไมว่ะ

วงดนตรีก็เล่นดี เพลงร็อก เพลงป๊อบมีเอามาผสมจังหวะ ลูกทุ่งสามช่าให้ความรู้สึกท้องถิ่นนิยม

โคโยตี้เขาก็ลีลาดี ดูแล้วอาจเซ็กส์เสื่อมได้ เหมือนดูคลิปวีดีโอเด็กมัยมเอากันตามพุ่มไม้ก็ไม่ปาน

ดูเผนๆเหมือนอีนี่กินเหล้าเยอะมาก กระดกเอากระดกเอา โยกคล้อยอวัยวะร่างกายไปตามดนตรีอย่างเมามัน

แดกน้ำเปล่า ต่างหาก...

ใครจะไปเมาได้ลงในสถานที่อโคจรแบบนี้ ขวด แก้ว แตกเกลื่อนพื้น และทยอยตกลกมาสมำเสมออย่างมีนัยยะทางสถิติ เพราะโต๊ะวางเหล้าตัวเล็ก และคนเมาก็ชอบชนโต๊ะเหมือนยิ่งการชักว่าว ทางออกฉุกเฉินก็เหมือนจะเปิดไม่ได้

ชีวิตตรูมีค่ามากกว่าที่จะมาสิ้นชื่อที่นี่

นั้นแหละ ทนๆดูต่อไป(ทั้งๆที่เพิ่งรู้ตัวว่าเมนส์สะมากระทันหัน)

ในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอยมามาถึง พี่โดมสุดหล่อตัวเป็นๆปรากฏตัวบนเวที  พี่แกมามาดเท่ห์มาก เปิด Macbook ใส่หูฟังเป็นดีเจมิกซ์เพลง

สาวๆก็ไปกรุกันอยู่หน้าเวลาขอถ่ายรูปจับมือ อยู่พักใหญ่ๆ "คนอะไรว่ะโคตรหล่อเลย" พี่ผู้ชายที่มาด้วยกันยังอดพูดไม่ได้ เออ หล่อจริงๆอ่ะแหละ แต่พอดูไปเรื่อยๆ ก้งั้นๆอ่ะ หล่อแล้วเอามาแดกกันได้ไหมหล่ะหนะ

อยากนอนกับโดม นอนกับ "โดมโก่ง" กันไปก่อนหล่ะกัน(ภาษาอีสานแปลว่า แก้มก้น)

...เท่ห์

แต่บรรยากาศเริ่มเครียดขึ้นเรื่องๆ

คนอยากมาเพราะอยากดูโดมร้องเพลง ไม่ได้ดูมึงทำไหอะไรของมึง นึกว่าตัวเองอยู่ในผับแถวสุขุมวิทหรือไง(ว่ะ)

เรากับพี่ร้านข้างๆ ไม่คิดอะไรมาก ก็เต้นๆไป คิดเสียว่าออกกำลังกาย ช่วยๆสร้างบรรยากาศมันหน่อยก่อนที่จะกร่อยไปมากกว่านี้ เดี๋ยวหนังหน้าสวยๆของมันที่พอกด้วยครีมบำรุงผิวเช้าเย็นจะเป็นรอยบากจากการโดนฝูงชนก่นด่า พร้อมภาชนะบินได้

สุดท้ายหลังจากการดันทุรังอยู่นาน ก็ยอมเปิด แบ็กกิ่งแทรกซ์ เพลง"กลัว" พร้อมหยิบไมค์ขึ้นมาร้องเอาใจแฟนเพลง

ประชาชนได้ในสิ่งที่ต้องการเป็นอันเสร็จพิธี

จบคอนเสิร์ต สาวๆพากันวิ่งตามขอลายเซ็นต์ ฉันยืนดูผู้ช่วยโดมที่หน้าตาเหมือนอภิรักษ์ ผสม กับนายกอภิสิทธิ์ เก็บของเข้ากล่อง

ทยอยกันออกมาข้างนอก แล้วพากันไปกิน "ลาบ - ต้ม" ที่ตลาดเช้า

ลาบ- ต้ม ก็คือร้านขายอาหารอีสานที่ขายลาบ กับ ต้มแซบ ซึ่งอาจมีอาหารอย่างด้วยก็ได้ เช่นข้าวเหนียวไก่อย่างหรือก่วยเตี๋ยวเนื้อ

ลาบเขาก็มีหลายประเภท ลาบเปรี๊ยว คือลาบแบบที่เรากินกันที่กรุงเทพ ส่วนลาบขมจะใส่"ดี"ลงไปด้วย  มีลาบเนื้อวัว มีเครื่องใน ตับล้วน ลาบดิบ - ลาบขมกินไม่เป็นแต่ลาบดิบกินเป็น อร่อยดี

มาอยู่นี่ครึ่งเดือน ถ้าไม่นับการไปช่วยตระเวรซื้อของเข้าร้าน วันนี้เพิ่งได้เที่ยวเป็นวันแรก กลับบ้านนอนอย่างสบายใจ ตื่นมาชงกาแฟแก้วแรกตอน 7 โมงครึ่งให้พี่ข้างบ้านที่จะเอาไปกินตอนเรียนป.โท

.....ให้ตายเหอะ เมื่อกี้มัวแต่พิมพ์ มีคนมาสั่งกาแฟแล้วชงผิด ลืมใส่นมข้นจืดเลย ไอ้เวลร์

edit @ 6 Sep 2009 14:50:04 by บัน

2009/Sep/05

หาการทดสอบที่ลูกกำลังประสบอยู่นี้เป็นคำบัญชาขององค์อัลเลาะห์

ลูกอยากบอกพระองค์ว่า...

ส้นตีนอะไรทำไมต้องให้กูมาสำบากขนาดนี้ด้วย (ว่ะ!)

ต้องมาพบเจอกับความงี่เง่าของผู้คน...

...ผู้คนที่พยายามไขว้คว้าความฝันทั้งๆที่ความฝันเป็นเพียงกลไลทางสมองที่ควบคุมสมองส่วนจิตใต้สำนึก มีขึ้นเพื่อปลอบประโลมการดำรงอยู่ที่เป็นเหมือนหลุมดำมืดมิดในจิตใจของการไม่ได้รับการตอบสนองที่ไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์เรา

เราทั้งๆหลายก็ถูกกล่อมเกลาด้วยพวกโง่ๆที่ไม่รู้สึกตัวว่า การทำตามความฝันที่จริงแล้วก็คือการพยายามทำให้ตัวเองรู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าเพราะมีอำนาจที่จะปั้นแต่งความจริงให้เป็นเหมือนภาพมายาแห่งความหลง สุขกับการเสพ เคลิบเคลิ้มไปกับความเหนื่อยยากที่กระเสือกกระสนหาเรื่องใส่ตัว

ยิ่งความฝันห่างไกลจากความเป็นจริงเท่าไหร่ ก็ยิ่งเบียนเบียนผู้อื่นมากขึ้นเป็นทวีคูณ

ใช้พลังงานที่ได้จากการย่อยสิ่งมีชีวิตอื่นที่กินเป็นอาหารไปกับความเขลา

พยายามควบคุมสิ่งที่ไม่จริงแท้ ไม่จีรัง 

พยายามให้คนอืนเชื่อว่าคุณค่าของมนุษย์อยู่ที่การได้เป็นดั่งสิ่งสมบรูณ์ในจินตภาพ

สิ่งสมบูรณ์จอมปลอม

 ...

เมื่อไหร่จะออกจากดัดแด้...

บอกกันด้วยแล้วกัน

ป.ล.กูผิดเองหล่ะที่คิดว่ามึงพร้อมที่จะอยู่กับความเป็นจริงแล้ว เลยพูดกับมึง

ขอบคุณพระอัลเลาะห์ที่มอบบทเรียนสอนไม่ให้ลูกมองโลกในแง่ดีเกินไป

อนุโมธนา อาเมน

 

เพิ่มสุข

 

edit @ 5 Sep 2009 21:53:32 by บัน